เที่ยวช่องเขาขาดและกางเต้นท์ที่ป้อมปี่ จังหวัดกาญจนบุรี

เราอยากไปเที่ยวช่องเขาขาดที่จังหวัดกาญจนบุรีมานานมากแล้ว เพราะเป็นคนรักและสนใจประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  นอกจากทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว สถานที่สำคัญมากๆในจังหวัดกาญจนบุรี คือ ช่องเขาขาด ที่ทหารชาวญี่ปุ่นให้นักโทษอังกฤษ ฮอลแลนด์ ออสเตรเลีย และแรงงานท้องถิ่นชาวจีนและมาเลย์จำนวนมากมาเจาะช่องทะลุเขาเพื่อสร้างทางรถไฟไปยังประเทศพม่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน (ขอโทษที…เผอิญเป็นคนชอบเที่ยวอะไรเศร้าๆ!)

เราเดินทางไปกับไตเติ้ล น้องสาวสุดที่รัก แต่เพราะเราทั้งสองคนติดงานและติดเรียน เราเลยไม่สามารถขับรถออกเดินทางจากกรุงเทพได้ตอนเช้าๆ หรือบ่ายๆ กลายเป็นเราต้องเริ่มล้อหมุนตอนสองทุ่ม!

เราจองที่พักคืนแรกไว้ที่ Binlha Raft Resort ในอำเภอไทรโยค เพราะอยากได้ที่พักชิวๆ บนแพริมแม่น้ำ กาญจนบุรีเต็มไปด้วยรีสอร์ทประเภทนี้ แต่เราเลือก Binlha เพราะรีวิวดี มีอาหารเช้า ราคาใช้ได้ (2,000 บาทต่อคืนสำหรับ 2 คน) เราโทรไปบอกพนักงานล่วงหน้าว่าจะไปถึงดึก เค้าก็ใจดี ช่วยเหลือเต็มที่ บอกว่าจะมีพนักงานมารอรับและให้เบอร์เราโทรถามทางถ้าเกิดหลง

ในที่สุด…หลังจากขับรถในความมืดมาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง…เราก็มาถึง Binhla ตอนประมานห้าทุ่มครึ่ง มีป้าพนักงานมารอรับพาเดินไปที่ห้องพักบนแพ ที่นี่เสียอย่างเดียว คือ ผนังห้องบางไปหน่อย เวลานอนจะได้ยินเสียงห้องข้างๆ คุยกันค่อนข้างดัง แต่เสียงแม่น้ำไหลเชี่ยวและความเหนื่อยจากการเดินทาง..ก็ทำให้เคลิ้มหลับไปได้ 🙂

IMG_7405

IMG_7380

เช้าวันต่อมา…เราตื่นมาพบกับบรรยากาศที่สบายสุดๆ! เปิดประตูระเบียงห้องออกไปก็เจอแม่น้ำและป่าไม้ นานๆ ทีก็มีเรือหางยาวขับผ่านทำให้แพทั้งลำโคลงเคลงแบบตื่นเต้นดี! ทางรีสอร์ทเสิร์ฟอาหารเช้าถึง 10 โมง เราสองคนก็ไปนั่งกินข้าวและนั่งจิบชากันไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบเร่งอะไร ตอนแรกกะจะนั่งเรือล่องแม่น้ำดู แต่พอรู้ว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มเลยถอยกลับไปที่ห้องเพื่อนั่งเล่นริมน้ำแบบฟรีๆ แทน! แม้แดดจะร้อนหน่อย แต่แม่น้ำเย็นชื่นใจ สบายจริงๆ จนทำให้เราสองคนนั่งชิวกันจนเคลิ้มหลับไปหลายนาที! รู้ตัวอีกทีก็ใกล้เที่ยงแล้ว ถึงเวลาต้องเช็คเอ้าท์พอดี!

จาก Binlha ไปช่องเขาขาดขับรถเพียงแค่ 20-30 นาที ตามถนนสาย 323 ไปเรื่อยๆ เลยค่ะ ถึงแล้วแลกบัตรและตรงเข้าไปเลย ที่จอดรถอยู่ขวามือ แต่เราโง่เองมองไม่เห็น…ขับรถตามสองแถวที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวฝรั่งตั้งนาน จนหลงขึ้นเขาลงเขาไปอยู่ตั้งนาน! กว่าจะหาพิพิธภัณฑ์เจอก็ประมาณบ่ายโมงเข้าไปแล้ว!

IMG_7406IMG_7407

เพราะมีทหารออสเตรเลียเสียชีวิตที่ช่องเขาขาดหลายคน รัฐบาลของเค้าเลยมาให้ความสนับสนุน ช่วยสร้างพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงทุกคนที่เสียชีวิตที่นี่ หลายๆ คนมาช่องเขาขาดเพื่อเดิน Hiking อย่างเดียว แต่ขอแนะนำให้ใช้เวลาในพิพิธภัณฑ์ด้วย เค้าทำดีจริงๆ มีวีดีโอ รูปภาพและคำพูดจากเหล่าทหารพันธมิตรอยู่มากมาย ทำให้เราเข้าใจและรับรู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ทั้งสิ่งแย่ๆที่พวกเขาต้องเผชิญ (เราได้เห็นจำนวนกองหินที่ทหารคนนึงต้องยกต่อวัน เทียบกับจำนวนข้าวอันน้อยนิดท่ีพวกเค้าได้กิน) และเรื่องราวของพวกเขาหลังจากสงครามจบลง สิ่งเดียวที่น่าเสียดาย คือ เราไม่มีบันทึกหรือเรื่องราวจากแรงงานท้องถิ่นชาวจีนและชาวมาเลย์เลย พวกเขาเหล่านี้โดนทรมานหนักที่สุดเพราะไม่มีสถานะเป็นนักโทษสงคราม จนกระทั้งวันนี้ เรายังไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตกี่คน

IMG_7423

IMG_7434

หลังจากดูพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว เราก็ซื้อน้ำซื้อข้าวเพื่อเตรียมเดินพิชิตช่องเขาขาด! ที่นี่มีทางเดินทั้งหมดสองทาง ทางแรกจากพิพิธภัณฑ์ถึงอนุสรณ์สถาน ใช้เวลาไปกลับแค่ประมานชั่วโมงนึง อีกทางนึง คือ เดินเลยอนุสรณ์สถานไปจนถึงถนนใหญ่ ใช้เวลาไปกลับประมาน 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง

IMG_7435IMG_7436IMG_7438IMG_7442

เจ้าหน้าที่ทุกคนกลับบ้านตอนสี่โมง พวกเค้าเลยแนะนำเราว่า ถ้าจะเริ่มเดินทางยาวตอนบ่ายสองแบบนี้ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเราจะไม่ได้วิทยุจากพิพิธภัณฑ์ ถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรหลังสี่โมง ก็จะไม่มีเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ

เราเป็นผู้หญิงสองคนมาเที่ยวกันเอง…แต่ก็คิดว่า ไหนๆก็ถึงที่นี่แล้ว เดินเหอะ!

IMG_7440

เพราะเรามาหน้าแล้ง อากาศเลยร้อนมาก แดดเปรี้ยง ไม่มีลมเลย ต้นไม้ใบหญ้าข้างทางก็แห้ง ไม่มีสีสันเท่าไหร่ แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ระหว่างทางเราจะเห็นเครื่องมือขุดเจาะหินทั้งหลายที่คนงานในสมัยสงครามทิ้งไว้ เราจะเห็นทางรถไฟบางช่วงที่ยังหลงเหลืออยู่ และเห็นดอกไม้และธงเล็กๆ น้อยๆ ที่คนมาทิ้งไว้เพื่อรำลึกถึงชีวิตที่หายสาบสูญไป

เราเดินๆ บุกๆ กันไปประมาณสิบห้านาทีก็ถึงอนุสรณ์สถาน หลังจากอ่านข้อความและถ่ายรูปกันนิดหน่อย เราก็นั่งเปิดข้าวกล่องกินเติมพลังกันก่อนจะบุกเดินต่อ!

IMG_7476

IMG_7473

ถ้าจะให้เล่าว่าการเดินต่อหลังจากนั้นเป็นยังไงบ้าง…ไม่มีอะไรจะพูด ยกเว้น…เหนื่อยมาก! เหนื่อยจริงๆ หายใจแทบไม่ออกเพราะแดดแผดเผาสูบพลังงานไปหมด!  ความดีใจตอนเดินถึงจุดหมายก็หายวับไปอย่างรวดเร็วเมื่อตระหนักว่า เรายังต้องเดินกลับ และน้ำดื่มของเราก็หมดแล้ว!!

สุดท้าย…หลังจากเดินๆ พักๆ หอบๆ มานาน… เราก็กลับมาถึงพิพิธภัณฑ์ตอนประมาณ 4 โมงครึ่ง สภาพจะล้มทั้งยืน แบบไม่ไหวมาก! ต้องนั่งพักและกินน้ำอยู่พักใหญ่กว่าจะขึ้นรถและเดินทางต่อไปอุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้… แต่แม้ว่าจะเหนื่อยขนาดนี้ ก็ดีใจและภูมิใจมากๆ ท่ีได้มาที่นี่และได้เดินจนสำเร็จ และยังได้มาเข้าใจประวัติศาสตร์สำคัญๆที่ทุกคนควรจะรับรู้

IMG_7502

IMG_7519

จากช่องเขาขาดไปจุดตั้งเต้นท์ป้อมปี่ในอุทยานแห่งขาติเขาแหลมใช้เวลาขับรถประมาน 1 ชั่วโมงครึ่ง ป้อมปี่เป็นจุดชมวิวติดอ่างเก็บน้ำ ขึ้นชื่อว่าดูพระอาทิตย์ตกสวย เราเลยรีบขับซิ่งเพื่อไปถึงให้ทันก่อนมืด!

IMG_7529

IMG_7531

IMG_7534

IMG_7536

เรามาถึงป้อมปี่ประมาน 6 โมงนิดๆ ตอนพระอาทิตย์กำลังตกพอดี วิวที่นี่สวยงามตามที่เค้าล่ำลือกันจริงๆ แต่เราต้องตั้งเต้นท์ที่เอามากันเอง เลยทำให้เราต้องชมวิวไปด้วยตั้งเต้นท์ไปด้วย จนไม่มีเวลาได้นั่งสบายๆ ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกเหมือนคนอื่นๆ เค้า

IMG_7538

IMG_7541

IMG_7543

ป้อมปี่มีบ้านพัก มีห้องอาหาร (ปิดประมาณห้าโมง) มีห้องน้ำที่สะอาดพอใช้ มีบรรยากาศเงียบๆ สบายๆ และมีเจ้าหน้าที่คนนึงเฝ้าอยู่ตรงทางเข้า เจ้าหน้าที่คนนี้ใจดีมาก คอยช่วยต้มน้ำให้เรากินมาม่าและให้เรายืมปลั๊กเพื่อใช้เครื่องเป่าผม พอเค้ารู้ว่าเรามากันแค่ผู้หญิงสองคน ก็ถามว่ามีคนตั้งเต้นท์อยู่ข้างๆ มั้ย และบอกเราว่าถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็มาบอกเค้าได้ตลอด

หลังจากซัดมาม่าและอาบน้ำสระผมกันเสร็จแล้ว พวกเราก็มานั่งเม้าท์กันริมอ่างเก็บน้ำอยู่สองคน ที่นี่บรรยากาศเย็นใช้ได้ สบาย มีดาวประปรายอยู่บนท้องฟ้า ช่างแตกต่างจากกรุงเทพเหลือเกิน!

คืนนั้นเราเข้านอนกันตั้งแต่สี่ทุ่ม แต่เพราะไม่ชินกับการนอนเต้นท์ (แถมยังมีหมาตัวนึงมาด้อมๆ มองๆ อยู่รอบๆ) เลยทำให้พวกเรานอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน

IMG_7542

แต่พอเช้ามา…ตื่นโผล่หน้าออกมาจากเต้นท์..ก็แทบไม่แคร์ เพราะว่าวิวที่เห็นสวยจริงๆ!

IMG_7668

IMG_7571

IMG_7566

IMG_7570

หลังจากดูวิวและถ่ายรูปกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว พวกเราก็ขับรถกลับบ้านเลยค่ะ แม้แต่จะเป็นทริปสั้นๆ (เพราะมาได้แค่นี้) ก็เป็นทริปที่สนุก มีทั้งโมเม้นต์เหนื่อย สบาย สวย ตื่นเต้น ครบเกือบทุกรสชาติเลยจริงๆ! ขอบคุณน้องไตเติ้ลที่มาเป็นเพื่อนร่วมทาง และขอบคุณกาญจนบุรี สำหรับความทรงจำดีๆ ที่เราจะไม่ลืมเลือน

IMG_7581

IMG_7563

IMG_7585

IMG_7596


Follow me on Twitter: @PimKaprao 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s